เรื่องย่อ ปูยีจักรพรรดิโลกไม่ลืม (The Last Emperor)

กำกับ: หวังเสี่ยงเหว่ย, เจิ้งเหยียนยี๋ว
เขียนบท: จ้าวรุ่ยหย่ง
แนวละคร: ย้อนยุค, อิงประวัติศาสตร์
จำนวนตอน: 60
ออกอากาศ: จีน – นัดแรกวันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 ทางอู่ฮั่นทีวี
ไทย – ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30-21.30 น. และรีรันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา 09.30-10.30 น. ทางช่อง NOW26 เริ่มวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2558

เรื่องย่อ
ละคร “ปูยีจักรพัตราธิราชโลกไม่ลืม (The Last Emperor)” นำเสนออัตชีวประวัติของ “สมเด็จพระพระราชาธิราชผู่อี๋” พระราชาธิราชองค์ที่ 10 แห่งราชวงศ์ชิง (เริ่มนับตั้งแต่จักรพัตราธิราชซุ่นจื้อ) และองค์สุดท้ายของจีนที่ถูกบังคับให้สละราชสมบัติ อันนำมาซึ่งจุดจบของราชวงศ์ชิงที่ปกครองจีนมานานกว่า 260 ปี และสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่มีมายาวนานกว่า 2,000 ปีในจีน

สมเด็จพระจักรพัตราธิราชผู่อี๋ มีพระนามเต็มว่า “อ้ายซินเจี๋ยหลอ ผู่อี๋” (เป็นที่รู้จักในนาม “ปูยี” ตามชื่อภาษาอังกฤษ “Puyi”) มีเชื้อสายแมนจู เป็นโอรสองค์โตของ “องค์ชายชุนที่ 2” (ไจ้เฟิง – พระอนุชาต่างพระชนนีของจักรพัตราธิราชกวังซวี่) และ “พระนางกัวเอ่อเจีย โยว่หลัน”… หลังพระราชาธิราชกวังซวี่เสด็จสวรรคตอย่างกระทันหันได้เพียงหนึ่งวัน พระนางซูสีไทเฮาก็เลือกผู่อี๋ซึ่งมีอายุเพียง 2 ปี 10 เดือนให้เป็นพระราชาธิราชองค์ต่อไป โดยให้พระราชบิดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทน และใช้ชื่อรัชสมัยว่า “เซวียนถ่ง” หลังแต่งตั้งพระราชาธิราชองค์ใหม่แล้วพระนางซูสีไทเฮาก็เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งจงไห่อี๋หลวนเตี้ยน

ชีวิตของจักรพัตราธิราชน้อยผู่อี๋ต้องประสบกับความผกผันตั้งแต่ยังไม่ทันรู้เดียงสา พระองค์ต้องประทับอยู่แต่ในพระราชวังต้องห้ามที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูง แม้จะพรั่งพร้อมด้วยวัตถุมีค่าแต่ก็ต้องพลัดพรากจากพระราชบิดา-มารดาผู้เป็นที่รัก มีเพียงพระพี่เลี้ยงเก่าแก่ “เหวิน เฉาหว่าง” เพียงคนเดียวที่เป็นที่พึ่งทางใจ จนกระทั่ง 6 ปีต่อมา พระองค์ทรงได้รับอนุญาตให้พบครอบครัวอีกรอบ แต่ก็เป็นการพบที่ห่างเหินเย็นชาไม่ต่างจากคนแปลกหน้า จักรพัตราธิราชองค์น้อยจึงเติบโตขึ้นมาอย่างว้าเหว่อ้างว้าง และไร้สิ้นอิสรภาพไม่ต่างจากนักโทษชั้นดีในคุกที่เรียกว่า “พระราชวัง” (ข้อมูลจาก – anyapedia)

ชีวิตของจักรพัตราธิราชผู่อี๋ต้องพลิกผันอีกรอบหลังเกิดการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ชิง (การปฏิวัติซินไห่) ปรากฏว่าราชวงศ์ชิงภายใต้การสำเร็จราชการแทนขององค์ชายชุนที่ 2 ปราชัยอย่างย่อยยับให้กับทัพของข้างปฏิวัติภายใต้การนำของซุนยัตเซ็น ในตอนนั้นพระราชาธิราชผู่อี๋ทรงมีพระชนมายุเพียง 6 พรรษา สมเด็จพระพันปีหลงยวี่จึงเป็นผู้ลงพระนามาภิไธยในพระบรมราชโองการสละราชสมบัติของพระราชาธิราชผู่อี๋ ช่วงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2455 อันเป็นจุดสิ้นสุดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่ดำเนินมายาวนานกว่า 2,000 ปีในจีน และเป็นจุดเริ่มของการปกครองแบบสาธารณรัฐ

พระราชโองการนั้น พระราชาธิราชผู่อี้ทรงมอบหมายให้นายพล “หยวนซือไข่” ผู้มีอิทธิพลทางทหารในช่วงปลายราชวงศ์ชิง (ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจาก ซุน ยัตเซ็น ผู้นำถงเหมิงฮุย (สหสันนิบาต)) มีอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาลสาธารณรัฐ หลังราชสำนักจีนโอนอำนาจไปยังสาธารณรัฐที่พึ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ ผู่อี๋ก็เป็นพระราชาธิราชเพียงแค่ในนาม ถึงกระนั้นพระองค์และสมาชิกราชวงศ์ยังได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในส่วนเหนือของพระราชวังต้องห้าม (พระตำหนักส่วนพระองค์) และในพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน โดยได้รับเงินเกื้อหนุนราชวงศ์สูงถึง 4 ล้านเหรียญ อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงถูกจำกัดอิสรภาพเป็นอย่างมาก จะทำอะไรแต่ละอย่างต้องให้รัฐบาลยินยอมก่อน แม้กระทั่งงานศพของพระมารดาก็ยังไม่สามารถออกไปเคารพศพได้เพราะรัฐบาลไม่อนุญาต