Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 4/7

* พระเจ้าชุงมก เป็นพระราชาองค์ที่ 29 แห่งโครยอ พระองค์เป็นพระโอรสของพระเจ้าชุงฮเย กับเจ้าหญิงแห่งมองโกล ก่อนครองราชย์ กษัตริย์มองโกลแห่งราชวงศ์หยวนของจีนได้เรียกพระองค์ซึ่งยังทรงพระเยาว์เข้าไปไต่ถามว่า จะทรงเอารูปแบบจากพระบิดาหรือพระมารดา พระองค์ตอบว่า เอาอย่างพระมารดา จึงทำให้ได้เป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์โครยอ

เมื่อได้ยินชื่อพระเจ้าชุงมก อึนซูก็รู้ทันทีว่าคุณกำลังอยู่ในยุคปลายของราชวงศ์โครยอ (ยุคต่อมาคือราชวงศ์โชซอน) คุณกล่าวว่าแม้ตนเองจะอ่อนวิชาประวัติศาสตร์แต่ก็มีความจำเป็นเลิศ คุณจึงร้องเพลงที่เคยท่องตอนเป็นเด็กให้ฟัง (เพลงช่วยจำรายชื่อพระราชาแห่งราชวงศ์โครยอทั้ง 34 พระองค์ โดยเรียงลำดับตั้งแต่พระองค์แรกถึงองค์สุดท้าย) เมื่อไล่เลียงไปเรื่อยๆ อึนซูก็ถามว่า พระองค์คือพระเจ้าคงมินใช่ไหม พระเจ้าคงมินตรัสถามว่า ผู้คนบนสวรรค์รู้จักพระองค์ในนามพระเจ้าคงมินหรือ เมื่อมองว่าพระเจ้าคงมินไม่ได้ถูกจารึกชื่อโดยมีคำนำหน้าว่า “ชุง” หลังสิ้นพระชนม์ (แปลว่าไม่ได้อยู่ภายใต้การครอบงำของราชวงศ์หยวน) โจ อิลชิน ก็กล่าวแสดงความยินดีกับพระองค์

อึนซูถามว่าองค์หญิงหยวน (พระมเหสี) คือ องค์หญิงโนกุกใช่ไหม พระเจ้าคงมินทำหน้างง (เพราะ “โนกุก” เป็นชื่อเกาหลีของพระมเหสีที่ถูกตั้งขึ้นในภายหลัง) อึนซูกล่าวอย่างตื่นเต้นว่าพระองค์และพระมเหสีทรง “สุดยอดมาก” (คุณยกนิ้วโป้งให้) ทั้งยังบอกด้วยน้ำเสียงชื่นชมว่าทั้งสองพระองค์ “ทรงดังสุดๆ” คุณถามพระเจ้าคงมินว่าพระองค์ทรงมีพรสวรรค์ด้านการวาดภาพใช่ไหม พระเจ้าคงมินกล่าวอย่างถ่อมตัวว่า พอวาดได้นิดหน่อย อึนซูบอกว่าคุณเคยเห็นภาพวาดของพระองค์ในสุสานของพระเจ้าคงมินที่ตั้งอยู่ในเขตมาโป ในนั้นมีภาพวาดของพระองค์และยังมีสุสานของขุนพลชเวยองด้วย โจ อิลชิน ถามอย่างไม่สบอารมณ์ว่า ทำไมบนสวรรค์จึงมีสุสานของหัวหน้าองครักษ์ อึนซูถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าคนที่ลักพาตัวคุณมา คนที่คุณกล่าวหาว่าเป็นไอ้โรคจิตและยังใช้ดาบแทงเขาจนปางตาย คือ วีรบุรุษของชาติ

เมื่อได้ยินคำบอกเล่าของอึนซู ขันทีประจำพระองค์ก็เก็บความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ เลยออกมาเล่าให้เหล่าขันทีที่อยู่ทางด้านนอกฟัง จนแปลงเป็นข่าวลือแพร่ไปทั่ววังหลวง

เรื่องย่อ นายตัวร้ายกับยัยราเมน (Flower Boy Ramyun Shop) ตอนที่ 8

หลังชนแก้วกันแล้ว อึนบีก็ถามชีซูว่าการเรียน (กวดวิชา) เป็นไงบ้าง ชีซูตอบตามตรงว่าตนก็แค่เรียนไปงั้นๆ เพราะครอบครัวและคนรอบข้างบอกให้เรียน อึนบีบอกว่าเขาโชคดียิ่งกว่าคุณ เพราะคุณจำเป็นต้องสอบให้ได้ในปีนี้ เนื่องมาจากปีหน้าเป็นปีชงของคนที่เกิดปีกระต่ายและจะโชคร้ายติดต่อกันนาน 3 ปี ชีซูถามอึนบีว่าคุณเชื่อเรื่องดวงด้วยหรือ อึนบียืนกรานว่าดวงมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์เรา และถามว่าเขาเกิดปีอะไร ชีซูตอบว่าตนเกิดปีไก่ อึนบีจึงนับนิ้วแล้วบอกว่าเขาจะไม่โชคร้ายติดต่อกัน 3 ปีเหมือนคุณ จากนั้นก็ฉุกคิดได้ว่า คุณอายุ 25 และเกิดปีกระต่าย ส่วนชีซูเกิดปีไก่ ดังนั้น เขาและคุณจึงอายุห่างกัน 6 ปี ถ้าไม่อายุ 19 เขาก็ต้องอายุ 31 อึนบีนึกว่าชีซูเป็นเด็กนักเรียนกวดวิชาจึงฟันธงว่าชีซูอายุ 31 และกล่าวชมว่าเขาหน้าเด็ก ชีซูฟังแล้วหัวเราะชอบใจเพราะไม่เคยมีใครชมเขาเรื่องนี้มาก่อน ครั้นพอหันกลับมามองอึนบีอีกรอบเขาก็พบเพียงความว่างเปล่า

ในที่สุดอึนบีก็พบว่าคนรักของตนมาเที่ยวงานโรงเรียนกับหญิงอื่น แถมเขายังพาคุณมาเล่นเกมปาลูกโป่งน้ำที่คุณโปรดปราน คุณจึงเดินไปหาทั้งคู่ เมื่อหันมาเห็นอึนบีชายชายหนุ่มก็ถึงกับอึ้ง อึนบีถามตรงๆ ว่าเขานอกใจคุณหรือ แถมยังกล้ามาแฟนใหม่มาหยามถึงถิ่นของคุณเนี่ยนะ เมื่อชายชายหนุ่มพยักหน้ารับอึนบีก็ถามต่อว่าทั้งคู่เพิ่งจะเดทกันนัดแรกหรือเดทกันมาก่อนหน้านี้แล้ว พอรู้ว่าเป็นเดทครั้งที่ 3 แถมคนรักของคุณยังเคยลาหยุด (จากการฝึกทหาร) เพื่อให้ออกมาเที่ยวกับแฟนใหม่อีกด้วย คุณถามว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยตอบจดหมายและไม่รับโทรศัพท์คุณเพราะมีคนใหม่ใช่ไหม ข้างชายได้แต่พยักหน้ายอมรับ ครั้นพอเห็นธาตุแท้ของคนที่คุณรัก อึนบีก็บอกให้เขาและแฟนใหม่เที่ยวให้สนุก แล้วเดินจากไป

เมื่ออึนบีเดินจากไปแล้ว ชายคนดังที่กล่าวมาแล้วก็รีบขอโทษแฟนใหม่ที่ไม่เคลียร์กับอึนบีให้เรียบร้อยก่อน ข้างหญิงตอบว่า “ไม่เป็นไรค่ะพี่ ชั้นไม่สนใจเรื่องแบบงี้หรอก ว่าแต่คุณใจเย็นกว่าที่ชั้นคิด ไหนพี่เคยบอกว่าคุณติดพี่แจเลยไง” อึนบีได้ยินดังนั้นก็เดินกลับไปหาทั้งคู่ (ระหว่างนั้นชีซูเดินเผ่านามุงดูด้วย) คุณถามหญิงสาวคนดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า รู้จักตนใช่ไหม ตนเป็นรุ่นพี่ที่เรียนเอกพละ ชื่อยาง อึนบี หญิงสาวคนดังกล่าวข้างต้นตอบว่าไม่แน่ใจ อึนบีจึงแฉว่าตนและหญิงสาวคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเคยพบกันมาก่อน และคุณก็รู้ว่าตนเป็นรุ่นพี่แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้จัก หญิงคนดังที่กล่าวมาแล้วถามว่าแล้วไง จะวางมาดรุ่นพี่ใส่งั้นรึ อึนบีตอบว่าใช่ ก่อนคว้าลูกโป่งน้ำในมือหญิงสาว แล้วเขวี้ยงใส่หัวคุณเต็มแรง ชีซูเห็นแล้วถึงกับอึ้ง

เรื่องย่อ I Need Romance 2012 ตอนที่ 8

ยอลแมถามเสียงดังลั่นว่า เพราะอะไรคุณกับเขาถึงได้เลิกกันเมื่อ 3 ปีก่อน จากนั้นก็ตอบเองเสร็จสรรพว่า เป็นเพราะเขาไม่มีหัวใจ คุณถามว่าเขาไม่คิดที่จะรับผิดชอบผู้หญิงที่โดนเขาจูบจนปากเปื่อยมาแล้ว 5 หมื่นครั้งเลยหรือ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เถียงกันไปมาเรื่องจำนวนครั้งที่จูบกัน จีฮีเห็นทั้งคู่เถึยงกันอย่างไม่ลดละเลยช่วยห้ามทัพพลางบ่นว่าคู่นี้เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องสมุทราะกันทุกที

ทันใดนั้น สามีของแจยองก็โทรฯ มาตาม ยอลแมเห็นแจยองรับสายอย่างแฮปปี้เลยจ้องหน้าซอกฮยอนพลางส่งสายตาบอกให้เขาดูคู่ของแจยองเป็นตัวอย่าง เพราะทั้งคู่แต่งงานกันมา 3 ปีแล้ว แต่ทุกวันนี้คุณและสามียังอยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุขและไม่เคยมีปากเสียงกันเลย… แต่สิ่งที่ยอลแมไม่รู้ก็คือ ทุกอย่างเป็นเพียงการจัดฉาก แจยองและสามีไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องฉันท์สามีเมีย ขณะอยู่กันตามลำพังทั้งคู่จะเก็บภาพถ่ายวันแต่งงานและภาพคู่ลงกล่อง ถึงกระนั้น ทั้งคู่ก็มีความเกี่ยวข้องอันดีและนอนร่วมห้องเดียวกัน (แต่แยกเตียง) เพราะไม่ต้องการให้คนอื่นสงสัย

ยอลแมพยายามเปิดไฟดวงหนึ่งแต่ปรากฏว่าหลอดขาด คุณเห็นซอกฮยอนพึ่งกลับเข้าบ้านเลยถามว่าไปไหนมา ซอกฮยอนตอบว่าตนออกไปซื้อหลอดไฟ เขาเห็นไฟดวงนี้ดับนับตั้งแต่วานเลยออกไปซื้อหลอดไฟมาเปลี่ยนให้ ยอลแมดีใจมากและช่วยประคองเก้าอี้ให้ในขณะที่ซกฮยอนปีนขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซอกฮยอนกลัวเก้าอี้ล้มเลยบอกให้ยอลแมจับขาไว้ให้แน่นๆ (ทั้งคู่วางเก้าอี้ซ้อนกันสองตัว) ยอลแมได้ยินดังนั้นก็กอดขาซกฮยอนเอาไว้ ซกฮยอนเลยต้องชี้ชัดว่าไม่ใช่ขาตน…แต่เป็นขาเก้าอี้!!!

ระหว่างที่ยอลแมลงไปนั่งเกาะขาเก้าอี้ คุณเหลือบไปเห็นซอกฮยอนสวมถุงเท้าลายทางหลากสี เลยหวนนึกถึงวันเก่าๆ สมัยที่ยังคบกัน วันนั้น คุณสวมถุงเท้าลายนี้ออกไปหาซอกฮยอนที่ร้านกาแฟ ในตอนนั้นซอกฮยอนกำลังนั่งทำงานหน้าโน๊ตบุ้คอย่างขมักเขม้นเลยไม่ได้สนใจยอลแมเท่าที่ควร ยอลแมพยายามชวนคุยโดยถามว่าเขาเปลี่ยนกระจกมองข้างรถสกูตเตอร์หรือยัง ซอกฮยอนพยักหน้าโดยไม่ละสายตาจากคอมพิวเตอร์ ยอลแมหยิบถุงเท้าที่ซื้อมาฝากซอกฮยอนขึ้นมาอวด โดยบอกว่าคุณซื้อมาทั้งหมด 10 คู่ (หนึ่งในนั้นก็คือคู่ที่ซอกฮยอนกำลังใส่อยู่ในปัจจุบัน) จากนั้นก็ยกเท้าขึ้นมาอวดว่าคุณเองก็ใส่ถุงเท้าแบบเดียวกัน ซอกฮยอนบอกให้ยอลแมรอก่อนเพราะตนกำลังงานยุ่ง แต่ยอลแมก็คาดคั้นให้ซอกฮยอนหันมาดูจนได้

เรื่องย่อ ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ (Good Doctor) ตอนที่ 11

โดฮันรักและเคารพผู้อวยการชเวมากจึงไม่อาจปฏิเสธ ถึงกระนั้น เขาก็ไม่คิดที่จะช่วยพัฒนาทักษะด้านการเป็นกุมารศัลยแพทย์ให้กับชีอน เพราะไม่เชื่อว่าชีอนจะเป็นหมอผ่าตัดที่ดีได้ เขาเรียกชีอนมาพบและทดสอบความรู้เกียวกับกุมารศัลยแพทย์ แม้ชีอนจะตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง แต่โดฮันกลับดับฝันชีอนด้วยการบอกว่า เขาไม่มีวันได้เป็นกุมารศัลยแพทย์อย่างที่ตั้งมั่น และให้ใช้เวลาตลอด 6 เดือนในช่วงลองงาน หาคำตอบว่าทำไมเขาถึงเป็นกุมารศัลยแพทย์ไม่ได้ (แทนที่จะใช้เวลาพัฒนาทักษะด้านการแพทย์) ชีอนมัวแต่สนใจรูบิคบนโต๊ะจึงไม่ได้ตั้งมั่นฟัง ทำให้ถูกโดฮันตะคอกใส่ด้วยความโกรธ ชีอนรีบกล่าวขอโทษ แต่โดฮันบอกว่าสิ่งที่ตนเกลียดมากที่สุดคือข้อผิดพลาดและการแก้ตัว

โดฮันถามชีอนว่าเขาเคยทำการผ่าตัดกรณีอื่น นอกเหนือไปจากการผ่าตัดช่วยชีวิตกรณีฉุกเฉินไหม เมื่อได้รับคำตอบว่าไม่เคย เขาก็ถามชีอนอีกว่า รู้ได้อย่างไรว่าฮยอนอูมีอาการผิดปกติที่เยื่อหุ้มหัวใจ ชีอนตอบว่าตนนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการอ่าน (ตำรา) การเห็น (อาการบ่งชี้) และการได้ยิน (การเต้นของหัวใจ) มาประมวลเป็นภาพในสมอง โดฮันฟังแล้วถึงกับอึ้ง

จินวุคเผ่านาตามโดฮันให้ช่วยดูผลการตรวจปลายลำไส้ใหญ่ โดฮันบอกให้ชีอนกลับไปพักก่อนเดินออกไปดูจอมอนิเตอร์ทางด้านนอก ชีอนหันไปมองรูบิคด้วยความสนใจและยังไม่ยอมออกจากห้องทำงานของโดฮัน โดฮันหันไปเห็นชีอนยืนอยู่ข้างในห้องจึงเดินกลับมาถามว่าทำอะไร ชีอนตอบว่า “เปล่าครับ” แล้วรีบออกจากห้องไป เมื่อโดฮันกลับมานั่งที่โต๊ะก็พบว่าชีอนเล่นรูบิค 12 สีของตนได้สำเร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว

หัวหน้าโกถูกพยาบาลโจโทรฯ เรียกให้มาตรวจเด็กชายซองโฮ ซึ่งมีอาการปวดท้องอย่างร้ายแรงหลังจากผ่าตัดได้ 3 วัน เขาบอกแม่เด็กอย่างไม่ค่อยใส่ใจนักว่าเป็นเรื่องปกติ แล้วเดินจากไป หัวหน้าโกรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกตามตัวขณะกำลังจะออกไปข้างนอกจึงพาลใส่พยาบาลโจ พยาบาลโจแย้งว่าซองโฮปวดท้องมากผิดปกติ จึงถูกหัวหน้าโกสวนกลับว่า “คิดว่าตัวเองเป็นหมอเจ้าของไข้หรือไง” หัวหน้าโกย้ำว่าพรุ่งนี้ตนติดงานสัมมนา ถ้าไม่จำเป็นห้ามโทรฯ ไปหาเด็ดขาด

เรื่องย่อ Missing You รักสุดใจ ตอนที่ 5

ฮยอนจู ขู่แทจุนว่าคุณจะโทรฯ แจ้งตำรวจ หากท่านประธานเป็นอะไรไปก็เท่ากับเขาเป็นฆาตกร แทจุนกล่าวว่า คราวนี้คุณคิดที่จะกำจัดตน (อีกที) ด้วยการยัดข้อหาฆาตกรหรือ คุณทำเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนหมาที่เลี้ยงมากับมือกัด จากนั้นก็ถามว่าคุณนำเงินไปซ่อนไว้ที่ไหน ฮยอนจู กล่าวว่าถ้าจะคุยเรื่องเงินก็ควรไปหาท่านประธาน และอย่ามาลบหลู่คุณเพราะคุณมีลูกกับพ่อของเขา แทจุนกล่าวว่าหากคุณเห็นแก่ลูกจริงก็ไม่ควรยั่วโมโหตน ฮยอนจูสังหรณ์ใจว่าลูกชายตนกำลังตกอยู่ในอันตราย พอแทจุนบอกให้คุณไปดูลูก โดยบอกว่า “บางทีลูกคุณอาจจะยังไม่ตาย” ฮยอนจูก็ใจแทบสลายและวิ่งร่ำไห้ไปหาลูกด้วยความเป็นห่วง

ฮยอนจูร้องเรียก “จุนลูกแม่ๆ” ไปตลอดทาง พอไปถึงบ้านพักหลังเล็กๆ ของลูกชาย (แยกออกจากเรือนใหญ่) คุณก็ถึงกับชะงักเมื่อพบว่ามีสุนัขพันธุ์ร็อดไวเลอร์ 2 ตัวเฝ้าอยู่ภายในบ้าน เมื่อเห็นคุณ มันก็แสดงอาการดุร้ายและพากันกระโจนเข้าใส่ ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ปรากฏว่าแทจุนยิงสุนัขตัวหนึ่งจนแน่นิ่ง หลังยิงสุนัขที่เลี้ยงไว้แล้วแทจุนก็ถามแกมข่มขู่ฮยอนจูว่า “คุณคิดว่าใครจะเป็นรายต่อไป เงินของชั้นอยู่ที่ไหน”

ฮยอนจูทั้งโกรธและเป็นห่วงลูกชายมาก คุณร้องถามแทจุนอย่างโกรธแค้นว่าเขาทำอะไรลูกชายคุณ จากนั้นก็วิ่งเข้าไปหาหมายรังควานแต่ถูกคนของแทจุนขวางไว้ หลังคนของแทจุนหิ้วปีกฮยอนจูออกไปแล้ว เลขานัมก็เข้าไปตรวจดูในบ้านและพบว่า “คัง ฮยองจุน” ลูกชายของฮยอนจูแอบหนีไปแล้ว (กระจกหน้าต่างแตกและมีรอยเลือด) แทจุนจึงสั่งเลขานัมให้รีบออกตามหาทันที… หลังหลบหนีมาได้สักพัก ฮยองจุนซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ขาก็เริ่มอ่อนล้าหมดแรง เขาจึงหยุดพักและคว้าสร้อยคอออกมาดูพลางนึกถึงแม่ ครั้นพอใช้ยินเสียงสุนัขเห่าอยู่ใกล้ๆ เขาก็ฝืนความเจ็บปวดแล้วพยายามลากขาหลบหนีต่อไป ทันใดนั้น ก็มีใครบางคนจับตัวเขาไว้และลากตัวออกไป

ในขณะที่มยองฮีนำเถ้ากระดูกของแทซูมาโปรยลงในสมุทรสาบ ซูยอนก็โยนหินลงไปในน้ำแล้วเสี่ยงทายว่า “กลับมา… ไม่กลับมา…” เมื่อเห็นซูยอนนั่งนิ่งมยองฮีก็เร่งให้ซูยอนบอกลาพ่อตามธรรมเนียม แม้ซูยอนจะเห็นกับตาว่าพ่อของคุณตายแล้ว แต่คุณกลัวว่ามันจะเป็นแค่ความฝันจึงถามแม่ด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า “พ่อจะไม่กลับมาอีกแล้วใช่มั๊ย มันจบแล้วจริงๆ ใช่มั๊ยคะ” มยองฮีได้ยินดังนั้นจึงตะโกนสาบส่งสามีด้วยความลำบากใจ ถึงแม้เขาจะตายไปแล้วแต่คุณก็ยังกลัวว่าเขาตามมาหลอกหลอนในฝัน ทั้งยังกลัวว่าจะได้พบกันอีกรอบหลังจากคุณตาย นักสืบคิมซึ่งแอบดูอยู่ห่างๆ เห็นดังนั้นก็ได้แต่ทอดถอนใจ

เรื่องย่อ ปูยีจักรพรรดิโลกไม่ลืม (The Last Emperor)

กำกับ: หวังเสี่ยงเหว่ย, เจิ้งเหยียนยี๋ว
เขียนบท: จ้าวรุ่ยหย่ง
แนวละคร: ย้อนยุค, อิงประวัติศาสตร์
จำนวนตอน: 60
ออกอากาศ: จีน – นัดแรกวันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 ทางอู่ฮั่นทีวี
ไทย – ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30-21.30 น. และรีรันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา 09.30-10.30 น. ทางช่อง NOW26 เริ่มวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2558

เรื่องย่อ
ละคร “ปูยีจักรพัตราธิราชโลกไม่ลืม (The Last Emperor)” นำเสนออัตชีวประวัติของ “สมเด็จพระพระราชาธิราชผู่อี๋” พระราชาธิราชองค์ที่ 10 แห่งราชวงศ์ชิง (เริ่มนับตั้งแต่จักรพัตราธิราชซุ่นจื้อ) และองค์สุดท้ายของจีนที่ถูกบังคับให้สละราชสมบัติ อันนำมาซึ่งจุดจบของราชวงศ์ชิงที่ปกครองจีนมานานกว่า 260 ปี และสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่มีมายาวนานกว่า 2,000 ปีในจีน

สมเด็จพระจักรพัตราธิราชผู่อี๋ มีพระนามเต็มว่า “อ้ายซินเจี๋ยหลอ ผู่อี๋” (เป็นที่รู้จักในนาม “ปูยี” ตามชื่อภาษาอังกฤษ “Puyi”) มีเชื้อสายแมนจู เป็นโอรสองค์โตของ “องค์ชายชุนที่ 2” (ไจ้เฟิง – พระอนุชาต่างพระชนนีของจักรพัตราธิราชกวังซวี่) และ “พระนางกัวเอ่อเจีย โยว่หลัน”… หลังพระราชาธิราชกวังซวี่เสด็จสวรรคตอย่างกระทันหันได้เพียงหนึ่งวัน พระนางซูสีไทเฮาก็เลือกผู่อี๋ซึ่งมีอายุเพียง 2 ปี 10 เดือนให้เป็นพระราชาธิราชองค์ต่อไป โดยให้พระราชบิดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทน และใช้ชื่อรัชสมัยว่า “เซวียนถ่ง” หลังแต่งตั้งพระราชาธิราชองค์ใหม่แล้วพระนางซูสีไทเฮาก็เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งจงไห่อี๋หลวนเตี้ยน

ชีวิตของจักรพัตราธิราชน้อยผู่อี๋ต้องประสบกับความผกผันตั้งแต่ยังไม่ทันรู้เดียงสา พระองค์ต้องประทับอยู่แต่ในพระราชวังต้องห้ามที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูง แม้จะพรั่งพร้อมด้วยวัตถุมีค่าแต่ก็ต้องพลัดพรากจากพระราชบิดา-มารดาผู้เป็นที่รัก มีเพียงพระพี่เลี้ยงเก่าแก่ “เหวิน เฉาหว่าง” เพียงคนเดียวที่เป็นที่พึ่งทางใจ จนกระทั่ง 6 ปีต่อมา พระองค์ทรงได้รับอนุญาตให้พบครอบครัวอีกรอบ แต่ก็เป็นการพบที่ห่างเหินเย็นชาไม่ต่างจากคนแปลกหน้า จักรพัตราธิราชองค์น้อยจึงเติบโตขึ้นมาอย่างว้าเหว่อ้างว้าง และไร้สิ้นอิสรภาพไม่ต่างจากนักโทษชั้นดีในคุกที่เรียกว่า “พระราชวัง” (ข้อมูลจาก – anyapedia)

ชีวิตของจักรพัตราธิราชผู่อี๋ต้องพลิกผันอีกรอบหลังเกิดการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ชิง (การปฏิวัติซินไห่) ปรากฏว่าราชวงศ์ชิงภายใต้การสำเร็จราชการแทนขององค์ชายชุนที่ 2 ปราชัยอย่างย่อยยับให้กับทัพของข้างปฏิวัติภายใต้การนำของซุนยัตเซ็น ในตอนนั้นพระราชาธิราชผู่อี๋ทรงมีพระชนมายุเพียง 6 พรรษา สมเด็จพระพันปีหลงยวี่จึงเป็นผู้ลงพระนามาภิไธยในพระบรมราชโองการสละราชสมบัติของพระราชาธิราชผู่อี๋ ช่วงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2455 อันเป็นจุดสิ้นสุดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่ดำเนินมายาวนานกว่า 2,000 ปีในจีน และเป็นจุดเริ่มของการปกครองแบบสาธารณรัฐ

พระราชโองการนั้น พระราชาธิราชผู่อี้ทรงมอบหมายให้นายพล “หยวนซือไข่” ผู้มีอิทธิพลทางทหารในช่วงปลายราชวงศ์ชิง (ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจาก ซุน ยัตเซ็น ผู้นำถงเหมิงฮุย (สหสันนิบาต)) มีอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาลสาธารณรัฐ หลังราชสำนักจีนโอนอำนาจไปยังสาธารณรัฐที่พึ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ ผู่อี๋ก็เป็นพระราชาธิราชเพียงแค่ในนาม ถึงกระนั้นพระองค์และสมาชิกราชวงศ์ยังได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในส่วนเหนือของพระราชวังต้องห้าม (พระตำหนักส่วนพระองค์) และในพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน โดยได้รับเงินเกื้อหนุนราชวงศ์สูงถึง 4 ล้านเหรียญ อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงถูกจำกัดอิสรภาพเป็นอย่างมาก จะทำอะไรแต่ละอย่างต้องให้รัฐบาลยินยอมก่อน แม้กระทั่งงานศพของพระมารดาก็ยังไม่สามารถออกไปเคารพศพได้เพราะรัฐบาลไม่อนุญาต

เรื่องย่อ Hot Mom! คุณแม่สุดเฟี้ยว ตอนที่ 3

หลังจากนั้นหลี่มู่จื่อก็เรียกเซี่ยปิงไปคุยในห้อง พอรู้ว่าเซี่ยปิงมีแฟนแล้วคุณก็รีบเตือนว่าอย่าพึ่งจะแต่งงานหรือมีลูกถ้ายังไม่อยากหมดอนาคตในด้านหน้าที่การงาน จากนั้นก็แจ้งว่าคุณจะย้ายเซี่ยปิงไปอยู่แผนกการตลาดเพื่อให้ให้เซี่ยปิงมีโอกาสก้าวหน้า เซี่ยปิงจึงสัญญาว่าคุณจะไม่แต่งงานก่อนอายุ 30 และจะไม่มีลูกก่อนอายุ 35 (ส่วนหลี่มู่จื่อแต่งงานมาหลายปีแล้วแต่ยังไม่มีลูก)

หลังจากไม่ได้ทานอะไรมาทั้งวันเพราะมีอาการคลื่นไส้ เซี่ยปิงก็กลับไปทานข้าวที่บ้านอย่างหิวโหย แต่แล้วอยู่ๆ ก็เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนอีกรอบ พ่อเซี่ยปิง (ซึ่งเป็นคนรักสุขภาพ) จึงแนะให้คุณคบกับหมออย่างเป้าซว่าย แต่แม่ของคุณเชียร์หยวนเป่าหลังรู้ว่าหยวนเป่าทุ่มเงินซื้อแหวนเพชรเพื่อให้นำมาขอเซี่ยปิงแต่งงาน

หยวนเป่าระบายความอัดอั้นตันใจให้เพื่อให้นฟังว่า ตนอุตส่าห์ซื้อแหวนเพชรให้เซี่ยปิงแต่กลับถูกเซี่ยปิงต่อว่า แถมศัตรูหัวใจตัวฉกาจอย่างเป้าซว่ายดันมาปรากฏตัวในตอนนี้พอดี เขาเล่าว่าเมื่อก่อนตนกับเป้าซว่ายและเซี่ยปิงเป็นเพื่อให้นที่สนิทกันมาก ทั้งตนและเป้าซว่ายต่างก็ชอบเซี่ยปิงด้วยกันทั้งคู่ เป้าซว่ายทั้งรูปหล่อพ่อรวยส่วนตนนอกจากจะไม่หล่อแล้วยังไม่รวยอีกด้วย ตนจึงได้แต่ทนดูเป้าซว่ายกับเซี่ยปิงคบกัน พอเป้าซว่ายไปเรียนต่อเมืองนอกตนจึงฉวยโอกาสจีบเซี่ยปิง

เป้าซว่ายมาสังสรรค์กับเพื่อให้นๆ ที่ไนท์คลับและบังเอิญเห็นเซี่ยปิงนั่งอยู่ข้างในห้องคาราโอเกะจึงโทรฯ เรียกให้ออกมาเคลียร์กัน (ก่อนหน้านี้เขาโทรฯ ไปนัดคุณที่บริษัท แต่คุณอ้างว่าต้องทำโอที) เขาถามคุณว่าทำไมถึงไม่รอทั้งๆ ที่ตนขอเวลาแค่ 3 ปี เซี่ยปิงตอบว่าคุณรอไม่ไหว เป้าซว่ายจึงตัดพ้อว่าถ้าคุณพูดสักคำว่าไม่อยากให้ไปตนก็คงไม่ไป ทั้งคู่ยังไม่ทันได้คุยอะไรต่อเพราะเพื่อให้นร่วมงานของเซี่ยปิงลากเป้าซว่ายให้เผ่านาร้องเพลงด้วยกันในห้องคาราโอเกะ หยวนเป่าโทรฯ มาง้อเซี่ยปิงแล้วได้ยินเสียงเป้าซว่ายร้องเพลงจึงคาดคั้นว่าเซี่ยปิงอยู่ที่ไหนแต่เซี่ยปิงไม่มีอารมณ์คุยด้วยเลยชิงวางหูไปเสียก่อน เขาจึงออกตามหาตามเซี่ยปิงตามไนท์คลับที่คุณมักไปเที่ยวกับเพื่อให้นๆ เป็นประจำ

สิงห์

ทรงกลด ลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวตง มหาเศรษฐีเจ้าของเซียงกงย่านเยาวราช ผู้มีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สิ่งที่ขาดไปคือความรักและความอบอุ่นทางใจ ตงไล่เขากับวรดีผู้เป็นแม่ไปจากชีวิต ทรงกลดจึงไม่ลงรอยกับพ่อเท่าไรนัก เจ้าสัวตงแต่งงานอีกทีกับ เหมยลี่ หญิงสาวคราวลูกยิ่งทำให้เขาแปลงเป็นส่วนเกินของครอบครัวแต่แล้วหัวใจที่หยาบกระด้างของเขาก็กลับอ่อนละมุนลงเมื่อได้พบกับอาจู สาวน้อยที่ก้าวเผ่านาสมัครงานในตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่เขาขาดหายมาทั้งชีวิต

ในเทศกาลสารทจีน ทรงกลดถูกลอบปองร้ายจากใครบางคนจนแทบเอาชีวิตไม่รอดที่โรงงิ้ว ทำให้อาจู ต้องพลอยรับชะตากรรมไปด้วย ถึงแม้ภายนอกของอาจูจะดูเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่กลับฉลาดทันเกมเขาไปเสียทุกเรื่อง ทำให้ทรงกลดอดเอ็นดูเลขาสาวไม่ได้ ทรงกลดมืดแปดด้านไม่รู้ว่าใครที่เป็นหมาลอบกัดกล้าปองร้ายสิงห์ชายหนุ่มอย่างเขาในช่วงที่เกิดเหตุชุลมุน

อาอัน มือขวาของทรงกลดสืบข่าวจนรู้เบาะแสบางสิ่งบางอย่างจากหยกมณี คนรักที่เป็นนักร้องในภัตตาคารฉั่วเทียนเหลาว่าคนที่ลอบรังควานทรงกลดอาจจะเป็นคนของแก๊งเต่ามังกร ของเสี่ยเคี้ยง ก็เป็นได้ ทรงกลดปักใจเชื่อเพราะเหตุว่าแก๊งเต่ามังกรคือแก๊งอันธพาลที่เก็บค่าคุ้มครองในย่านเยาวราชจนกระทั่งรุกล้ำเผ่านาในเขตของแก๊งเขี้ยวสิงห์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าสัวตงอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความมุทะลุของสิงห์จึงพาอาอันกับสมุนบุกไปถึงถิ่นแก๊งเต่ามังกรอย่างไม่กลัวตายทันที

ทรงกลดบุกเข้าไปเผชิญหน้ากับ เสี่ยเคี้ยง หัวหน้าแก๊งเต่ามังกรทันที ทรงกลดหาว่าเต่ามังกรเล่นไม่ซื่อ ส่งให้ อาอิก สมุนมือขวาคิดแผนสกปรกลอบกัดทีเผลอ แต่เสี่ยเคี้ยงกลับยืนกรานปฏิเสธ ทรงกลดไม่ไว้ใจเสี่ยเคี้ยงตลอดมา

ทรงกลดกับอาจูใกล้ชิดสนิทสนมในเวลาอันรวดเร็ว เขาอยากรู้จักอาจูจึงสะกดรอยตามไปที่บ้านของคุณ จนพบว่าอาจูอาศัยอยู่ห้องแถวไม้ซอมซ่อกับ เง็กผู้เป็นแม่ ย่าซิ่วมึง และอาเว่ยน้องชาย โดยทำขนมถ้วยจีน ขายที่หน้าศาลเจ้า ส่วนพ่อตายตั้งแต่อาจูยังจำความไม่ได้ ทรงกลดรู้สึกเห็นอกเห็นใจและสงสารในชีวิตความเป็นอยู่ของอาจูที่ต้องทำงานหาเลี้ยงแม่และย่าและส่งเสียน้องชายให้เรียนมหาวิทยาลัย อาจูแนะนำทรงกลดให้แม่และย่ารู้จัก แต่แล้วเง็กก็ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าทรงกลดเป็นลูกชายของเจ้าสัวตง หัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ในขณะที่ซิ่วมึงตาวาวโรจน์ด้วยความยินดีที่การรอคอยเพื่อให้แก้แค้นให้อาเหลียง ลูกชายของนางตรงเวลากว่า 20 ปีมาถึงแล้ว

เรื่องย่อ โปเยโปโลเย 2003 (Eternity: A Chinese Ghost Story) ตอนที่ 8

ในที่สุดหงเย่ก็สามารถช่วงชิงจือเซียนมาได้ทำให้นางเป็นที่โปรดปรานของแม่หนิงไฉ่เฉิงเป็นอันมาก แม่ของหนิงไฉ่เฉิงบังคับให้หนิงไฉ่เฉิงแต่งงานกับหงเย่ จากนั้นค่อยเดินทางเข้าไปสอบจอหงวนที่เมืองหลวงเพื่อให้อนาคตอันสดใสในวันข้างหน้า เยี่ยนชื่อเสียและซือหม่าซันเหนียงเห็นความเกี่ยวพันระหว่างคู่แค้นเจ็ดชาติและคนรักเจ็ดชาตินั้นยุ่งเหยิงสับสนไปหมด ทำให้ทั้งสองต่างตัดพ้อออกมาว่าสวรรค์ช่างกลั่นแกล้งมนุษย์เสียเหลือเกิน ทั้งสองได้แต่ต้องทำใจรับชะตาที่สวรรค์กำหนด แม้ว่าทั้งสองจะกลัดกลุ้มใจแต่ทั้งสองก็ไม่เปิดเผยความจริงเรื่องที่หงเย่และจูเก่อหลิวหยุนเป็นคนรักเจ็ดชาติให้คนทั้งสองรู้ แต่หงเย่กลับไม่รู้ว่าเวลาได้ทำให้จูเก่อหลิวหยุนหลงรักหงเย่โดยไม่รู้เนื้อรู้สึกตัว จูเก่อหลิวหยุนเกิดความหึงหวงขึ้นมาเมื่อเห็นหงเย่และหนิงไฉ่เฉิงสนิทสนมกัน

ระหว่างทางที่ทุกคนร่วมเดินทางไปเมืองหลวงนั่นเอง ได้ผ่านมาถึงหมู่บ้านไร้น้ำตา จากการจัดการของเจ้าหมู่บ้าน ทำให้เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนและหนิงไฉ่เฉิงต่างรู้ว่าทั้งสองเป็นคู่แค้นเจ็ดชาติ ในเวลาเดียวกันก็ทำให้จูเก่อหลิวหยุนและหงเย่ต่างก็รู้ด้วยว่าทั้งสองเป็นคู่ครองเจ็ดชาติ ความจริงทั้งหมดทำให้ชายชายหนุ่มหญิงสาวสองคู่ต่างพากันกลัดกลุ้มใจเป็นอันมาก แต่หญิงสาวที่ไม่ยึดติดสิ่งใดเช่นหงเย่นั้นกลับไม่คำนึงถึงว่านางจะมีฐานะเช่นใด หงเย่ตัดสินใจแข่งกับเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนอย่างยุติธรรม การตัดสินใจของหงเย่นั้นหารู้ไม่ว่ารังควานจิตใจจูเก่อหลิวหยุนเป็นอันมาก หงเย่เกิดธาตุไฟแตกซ่านขณะที่กำลังฝึกวิชา จูเก่อหลิวหยุนต้องการช่วยชีวิตหงเย่ แต่นึกไม่ถึงว่ากลับถูกหงเย่รังควานจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้ว่าหงเย่ไม่ได้รักจูเก่อหลิวหยุนก็ตาม แต่นางก็ตระหนักดีถึงความจริงใจที่จูเก่อหลิวหยุนมีต่อนาง จูเก่อหลิวหยุนรู้ดีว่าตนไม่มีวาสนาได้ครองรักกับหงเย่ ด้วยเหตุนี้จูเก่อหลิวหยุนจึงตัดสินใจที่จะแลกชีวิตกับจอมมารม๋อจินชีเย่ กำจัดจอมมารม๋อจินชีเย่เพื่อให้ไม่ให้เป็นภัยต่อมวลมนุษย์

น่าเสียดายที่จูเก่อหลิวหยุนกลับได้พบกับเม่ยจี้เสียก่อน ที่แท้เม่ยจี้มีใจให้จูเก่อหลิวหยุนมานานแล้ว แต่ไม่อาจสมหวังได้เพราะติดที่ทั้งสองต่างฐานะกัน คนหนึ่งเป็นมนุษย์แต่อีกคนหนึ่งเป็นปิศาจ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เม่ยจี้ต้องสยบความรู้สึกของนางไว้ เม่ยจี้ใช้อิทธิฤทธิ์ทำลายความทรงจำของจูเก่อหลิวหยุน โชคดีที่หงเย่ช่วยจูเก่อหลิวหยุนไว้ได้ หงเย่และจูเก่อหลิวหยุนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาอย่างมาก ในที่สุดก็ทำให้หงเย่เกิดความหวั่นไหวขึ้นมา หงเย่ตัดสินใจรับไมตรีลองคบหากับจูเก่อหลิวหยุนดู แต่เรื่องของความรักยิ่งถลำลึกลงไปยิ่งมีปัญหา ที่เป็นเช่นนี้นั้นด้วยเหตุว่าจูเก่อหลิวหยุนมีศักดิ์เป็นผู้อาวุโส ด้วยเหตุนี้จึงเป็นข้างปฏิเสธความรักที่หงเย่มีให้ ทำให้หงเย่นึกฉงนขึ้นมาว่าเกิดปัญหาอะไรกับความรักของนางกันแน่

เรื่องย่อ เจ้าแม่กวนอิม (Xiang Shan Qi Yuan) ตอนที่ 2

ฮองเฮาได้ยืนข่าวลือจึงเสด็จไปยังท้องพระโรงเพื่อให้ขอร้องเหล่าขุนนางว่าอย่าหลงเชื่อข่าวลือและเรื่องงมงาย มหาเสนาฯอู๋ (อู๋กุ้ย) แกล้งทูลเสนอว่าควรให้องค์หญิงสามเป็นผู้ตัดสินชะตาชีวิตตนเอง โดยบอกว่าในวันพรุ่งนี้หากอุ้มองค์หญิงสามไปยังท้องพระโรงแล้วองค์หญิงร้องไห้ก็ให้เรื่องนี้ผ่านเลยไป แต่ถ้าองค์หญิงไม่ร้องก็ควรทำตามความปรารถนาของราษฎร ทำให้ทั้งท่านอ๋องและฮองเฮาต่างพากันคิดหนัก เมื่อเจิ้งกั๋วกงส่งสัญญาณให้ยอมรับ ฮองเฮาจึงยอมทำตามคำแนะนำของมหาเสนาฯอู๋แต่โดยดี ที่แท้มหาเสนาฯอู๋ได้เตรียมแผนชั่วเอาไว้ล่วงหน้าด้วยการเตรียมซุกสมุนไพรชนิดหนึ่ง (ซึ่งจะทำให้เด็กทารกไม่ร้องไห้) ไว้ในตัวองค์หญิงสาม เมื่อเจิ้งกั๋วกงสืบทราบเรื่องนี้จึงสั่งให้ลูกศิษย์เตรียมกระเพาะปัสสาวะหมูเอาไว้

หลังองค์หญิงสามไม่ร้องไห้ ท่านอ๋องก็มอบหมายให้แม่ทัพหัวอุ้มองค์หญิงน้อยออกจากท้องพระโรง (อุ้มออกจากอ้อมอกฮองเฮา) แม่ทัพหัวสงสารทารกน้อยจึงพยายามทูลขอให้คุณอ๋องแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่น ทำให้ถูกมหาเสนาฯอู๋ตำหนิ ฮองเฮาพยายามถ่วงเวลาเพราะเชื่อว่าอีกไม่นานลูกน้อยจำเป็นที่จะต้องร้องไห้ แต่ท่านอ๋องไม่อาจคืนคำที่ให้ไว้กับมหาเสนาฯอู๋ จึงสั่งให้เจิ้งกั๋วกงและ “หวงเจี๋ย” นำองค์หญิงสามไปเซ่นสังเวยให้เทพแม่น้ำทันที

เจิ้งกั๋วกงคิดว่าหวงเจี๋ยใจไม่แข็งพอที่จะโยนองค์หญิงน้อยลงในแม่น้ำอันเชี่ยวกรากจึงแย่งองค์น้อยมาไว้ในอ้อมอกก่อนโยนองค์หญิงทิ้งลงแม่น้ำด้วยใจลุ้นระทึก ในเวลาต่อมาทหารคนหนึ่งได้ขอเข้าเฝ้าเพื่อให้ทูลท่านอ๋องว่า หวงเจี๋ยและพวกชิงตัวองค์หญิงน้อยหลบหนีไป ท่านอ๋องรู้สึกแปลกใจที่หวงเจี๋ยกล้าขัดคำสั่งตนจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทหารคนดังที่กล่าวถึงมาแล้วทูลว่าหวงเจี๋ยเห็นองค์หญิงสามไม่จมน้ำเลยเชื่อว่าสวรรค์คุ้มครองนาง เขาจึงกล้าขัดพระบัญชาเพื่อให้ทำตามลิขิตสวรรค์ (สาเหตุที่ไม่จมน้ำเป็นเพราะเจิ้งกั๋วกงเป่าลมใส่กระเพาะปัสสาวะหมู แล้วนำไปใส่ไว้ในผ้าอ้อมที่ห่อตัวองค์หญิงสาม) พอรู้ว่าธิดาของตนไม่จมน้ำท่านอ๋องจึงสั่งให้ทหารคนดังที่กล่าวมาข้างต้นประกาศว่าตนได้เซ่นองค์หญิงสามให้เทพแม่น้ำไปแล้ว “อู๋กุ้ยเฟย” ได้ยินดังนั้นจึงให้หญิงรับใช้ไปรายงานมหาเสนาฯอู๋ว่าองค์หญิงสามยังมีชีวิตอยู่